แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป.พ.พ. มาตรา 456 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ป.พ.พ. มาตรา 456 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456, 491

 โจทย์ตัวอย่าง อาทิตย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงหนึ่ง อาทิตย์ได้ขายฝากที่ดินแปลงนี้ของอาทิตย์ไว้กับจันทร์ ราคาขายฝาก 300,000 บาท และอาทิตย์รับเงินราคาขายฝาก 300,000 บาท แต่ไม่ได้กำหนดสินไถ่และไม่ได้กำหนดเวลาไถ่คืน อาทิตย์ได้ส่งมอบที่ดินให้จันทร์ จันทร์จึงจ่ายเงิน 300,000 บาท ให้อาทิตย์  เมื่อขายฝากไปได้สี่เดือน อาทิตย์ตาย พุธ บุตรชายซึ่งเป็นผู้รับมรดกคนเดียวของอาทิตย์ได้มาติดต่อจันทร์เพื่อขอไถ่ที่ดินแปลงนี้คืน จันทร์ปฏิเสธ พุธจะฟ้องเรียกคืนที่ดินแปลงนี้ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
      วางหลักกฎหมาย
       ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคหนึ่ง วางหลักว่า “การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย”
       ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491 วางหลักว่า อันว่าขายฝากนั้น คือสัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นตกไปอยู่กับผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขาย อาจไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้
      วินิจฉัย
      กรณีตามปัญหา หลักเกณฑ์การทำสัญญาขายฝากมี 4 ประการดังนี้
       1. ต้องมีข้อตกลงเป็นการทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งทำให้กรรมสิทธิ์ตกไปยังผู้ซื้อ
       2. ต้องมีข้อตกลงว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ ซึ่งข้อตกลงให้ไถ่คืนนี้จะต้องเกิดขึ้นในขณะทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินนั้น
       3. มีข้อตกลงกำหนดระยะเวลาไถ่ทรัพย์สินคืน
       4. มีข้อตกลงเรื่องสินไถ่ แต่ถ้าไม่ได้กำหนดจำนวนสินไถ่ไว้ให้ไถ่ตามราคาที่ขายฝาก
       การขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องนำบทบัญญัติเรื่องซื้อขายมาใช้กับสัญญาขายฝากด้วย เช่น บทบัญญัติในเรื่องแบบของสัญญาซื้อขายตามมาตรา 456 วรรคหนึ่ง ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือเรือมีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไปหรือแพหรือสัตว์พาหนะ การทำสัญญาขายฝากต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย มิฉะนั้นจะตกเป็นโมฆะ ซึ่งเมื่อเป็นโมฆะแล้วคู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม
       ตามข้อเท็จจริงเมื่ออาทิตย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงหนึ่ง อาทิตย์ได้ขายฝากที่ดินแปลงนี้ของอาทิตย์ไว้กับจันทร์ ราคาขายฝาก 300,000 บาท และอาทิตย์รับเงินราคาขายฝาก 300,000 บาท แต่ไม่ได้กำหนดสินไถ่และไม่ได้กำหนดเวลาไถ่คืน อาทิตย์ได้ส่งมอบที่ดินให้จันทร์ จันทร์จึงจ่ายเงิน 300,000 บาทให้อาทิตย์ เมื่อขายฝากไปได้สี่เดือน อาทิตย์ตาย พุธบุตรชายซึ่งเป็นผู้รับมรดกคนเดียวของอาทิตย์ได้มาติดต่อจันทร์เพื่อขอไถ่ที่ดินแปลงนี้คืน จันทร์ปฏิเสธ พุธจะฟ้องเรียกคืนที่ดินแปลงนี้ได้ เพราะว่าสัญญาขายฝากที่ดินแปลงนี้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 456 วรรคหนึ่ง และมาตรา 491
       สรุป
       พุธฟ้องเรียกคืนที่ดินแปลงนี้ได้ เพราะว่าสัญญาขายฝากที่ดินแปลงนี้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 456 วรรคหนึ่ง และมาตรา 491

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

ตัวอย่างโจทย์ นายจันทร์ซื้อที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งจากนายอังคาร ในราคา 5 ล้านบาท นายจันทร์ชำระราคาค่าที่ดินให้นายอังคาร 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะชำระให้นายอังคารในวันที่นายอังคารกลับจากต่างประเทศและไปจดทะเบียนโอนให้นายจันทร์ นายอังคารได้ส่งมอบที่ดินให้นายจันทร์พร้อมกับรับเงิน 1 ล้านบาทในวันทำสัญญา นายจันทร์อยู่ในที่ดินแปลงนี้มาได้ 8 ปี นายอังคารกลับจากต่างประเทศ นายอังคารหาได้ไปจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงนี้ให้นายอังคาร หลังจากนั้น 3 ปี ที่ดินแปลงนี้มีราคาท้องตลาดสูงขึ้นมาก นายอังคารได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินแปลงนี้ให้นายพุธอีกในราคา 10 ล้านบาท นายพุธซื้อแล้วจะเข้าไปอยู่ในที่ดินแปลงนี้ แต่ถูกนายจันทร์ขัดขวาง นายพุธขอให้นายจันทร์ออกไป นายจันทร์ไม่ยอมออก นายพุธฟ้องขอให้ศาลบังคับขับไล่นายจันทร์ออกไป นายจันทร์ไม่ยอมออก นายพุธฟ้องขอให้ศาลบังคับขับไล่นายจันทร์ออกไปจากที่ดินแปลงนี้ นายจันทร์ต่อสู้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ และนายจันทร์มาถาม ท่านว่าข้อต่อสู้ของนายจันทร์จะมีทางชนะคดีหรือไม่ ดังนี้ ตามข้อเท็จจริงนี้ ท่านจะให้คำตอบนายจันทร์อย่างไร เพราะเหตุใด
        วางหลักกฎหมาย
        มาตรา 456 วางหลักไว้ว่า “การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไปทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย
          สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้หรือได้ชำระบางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่”
          วินิจฉัย
          กรณีตามปัญหา การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นนิติกรรมที่กฎหมายได้กำหนดแบบไว้ กล่าวคือจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะเป็นโมฆะ ส่วนสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งคู่สัญญาตกปากลงคำกันในชั้นแรก โดยเป็นสัญญาที่ยังมิได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ตกลงซื้อขายกัน แต่มีผลผูกพันให้คู่สัญญาต้องกระทำการซื้อขายให้สำเร็จตลอดไป ซึ่งคู่สัญญาจะต้องทำอะไรต่อไปอีกในภายหน้า
          ลักษณะของสัญญาจะซื้อจะขาย คู่สัญญายังไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายให้สำเร็จบริบูรณ์ เพียงแต่ตกลงว่าจะไปทำสัญญาซื้อขายกันต่อไปในอนาคต ยังไม่มีผลให้ทรัพย์ตามสัญญาจะซื้อจะขายโอนไปยังผู้ซื้อ คู่สัญญาจึงมีเพียงบุคคลสิทธิต่อกันในอันที่จะเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญา ยังไม่มีทรัพย์สิทธิในทรัพย์สินที่ทำสัญญากันแต่อย่างไร
          ในกรณีที่ทำสัญญาซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยผู้ซื้อวางมัดจำและชำระราคาบางส่วนแล้วผู้ขายส่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นให้แก่ผู้ซื้อโดยสัญญาจะโอนให้ภายหลัง เป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้ขายมอบการยึดถือทรัพย์ให้ ไม่ได้มอบความเป็นเจ้าของให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อยังไม่มีสิทธิในทรัพย์สินนั้น มีเพียงสิทธิตามสัญญาเหนือคู่สัญญาเท่านั้น
          การที่นายจันทร์ซื้อที่ดินมีโฉนดจากนางอังคารเป็นสัญญาจะซื้อจะขายตามมาตรา 456 วรรคสอง นายอังคารส่งมอบที่ดินแปลงนี้ให้นายจันทร์ นายจันทร์ก็หาได้สิทธิครอบครอง เพราะนายจันทร์รู้ว่าที่ดินแปลงนี้ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของนายอังคาร ถือว่านายจันทร์ครอบครองแทนนายอังคาร แม้นายจันทร์จะอยู่ติดต่อมาเป็นเวลากว่า 10 ปี นายจันทร์ก็หาได้กรรมสิทธ์โดยการครอบครองปรปักษ์ไม่ ส่วนนายพุธซื้อที่ดินแปลงนี้จากนายอังคารเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดและเมื่อทั้งสองได้ทำการซื้อขายถูกต้องตามแบบตามมาตรา 456 วรรคหนึ่งแล้ว นายพุธย่อมมีสิทธิในที่ดินแปลงนี้และถือว่านายจันทร์ครอบครองแทนนายพุธ นายพุธฟ้องขับไล่นายจันทร์ นายจันทร์ยกข้อต่อสู้ว่าตนได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ข้อต่อสู้ของนายจันทร์ไม่มีทางชนะคดี
          สรุป
          ถ้านายจันทร์มาถามข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะบอกว่านายจันทร์ไม่มีทางชนะคดี เพราะนายพุธมีทรัพย์สิทธิ (กรรมสิทธิ์) ซึ่งเป็นสิทธิที่ดีกว่านายจันทร์ซึ่งมีแค่บุคคลสิทธิ (สัญญาจะซื้อจะขาย) และจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ก็ไม่ได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 456